รายละเอียด
อ่านเพิ่มเติม
ในตอนนี้ ท่านอาจารย์อธิบายว่า หลังจากได้เชื่อมต่อกับพระเจ้าอีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างก็กระจ่างชัดขึ้น ความรักที่มีต่อพระเจ้าจะก่อตัวขึ้น ภายในตัวเรา และเราจะได้เรียนรู้ที่จะสื่อสาร ด้วยภาษาแห่งจิตวิญญาณ อีกไม่นานพวกคุณก็ได้ฉลองครบรอบ 1700 ปี ของการที่ศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาประจำชาติของอาร์เมเนีย ฉันได้รับเชิญไปที่นั่นในโอกาสนั้น แต่ฉันไม่มีเวลา ดังนั้นฉันจึงไปที่นั่น เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว ฉันเห็นหอกที่พวกเขา ใช้ทำร้ายพระเจ้า และฉันร้องไห้อย่างมาก ในระหว่างการแถลงข่าว ซึ่งจัดโดยรัฐบาล นักข่าวคนหนึ่ง ถามคำถามฉัน และบอกฉันว่า ผู้หญิงไม่ควรเทศนา แต่พวกเขากลับเคารพบูชานักบุญ ผู้ซึ่งนำศาสนาคริสต์เข้ามาในแผ่นดิน ของพวกเขาเป็นคนแรก ซึ่งนักบุญผู้นั้นเป็นหญิง และพวกเขาได้ทรมานและฆ่าเธอ ขณะที่เธอยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น ฉันจึงอยากถามว่า "ถ้าเป็นเรา เราจะทำอย่างไร?" เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จมา ในร่างมนุษย์ พวกเขาก็ทรมานและฆ่าพระองค์ด้วย ว่าพระองค์เป็น “พวกนอกรีต” เมื่อหญิงท่านหนึ่งชื่อนักบุญเลดี้ เดินทางมายังอาร์เมเนีย พวกเขาก็ทรมานและฆ่าเธอ เพราะเธอเป็นผู้หญิงเช่นกัน แล้วเราควรทำอย่างไรดี? มันมีประโยชน์อะไรบ้างไหม? พระเยซูเจ้าทรงสละพระชนม์ชีพ ของพระองค์และบรรดานักบุญอื่น ๆ ก็ได้สละชีวิต ของตนเช่นกัน เพื่อให้เราได้เรียนรู้ บทเรียนแห่งความรัก เฉพาะเมื่อเราเรียนรู้บทเรียน แห่งความรักและความเสมอภาค และรักทุกคนโดยปราศจากการเลือก เราจึงจะสามารถประกาศตนเองว่า เป็นคริสเตียนที่แท้จริงได้ เพราะพระเยซูเจ้ายอมรับทุกคน ขณะที่พระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ไม่ว่าพวกเขาจะมีฐานะ มีชื่อเสียง มีบาป หรือมีคุณธรรมมากน้อยเพียงใด และวิถีชีวิตของชาวอิตาลีนั้น สอดคล้องกับคำสอน ของพระเจ้าเป็นอย่างยิ่ง ฉันดีใจกับคุณมาก ในกรณีที่คุณยังต้องการรู้จักพระเจ้า ให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ฉันสามารถช่วยคุณได้ เพราะการได้พูดคุยกับพระเจ้า ก็เป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน เป็นเรื่องดีที่ได้เรียนกับพระองค์ โดยตรงทุกวัน คำสอนของพระเจ้าสามารถมาได้ ผ่านความเงียบสงบด้วยแสง (แห่งสวรรค์ภายใน) สามารถมาได้ ผ่านความเงียบสงบด้วยเสียงดนตรี แห่งสวรรค์ หรือสามารถมาได้ ผ่านภาษาของมนุษย์ แม้กระทั่งภาษาอิตาลี ตามที่คุณปรารถนา พระเจ้า จะทรงปรากฏตามที่คุณต้องการ คุณจะประหลาดใจ ที่พระเยซูคริสต์จะตรัส เป็นภาษาอิตาลีกับคุณ ใช่แล้ว ทุกสิ่งเป็นไปได้ ในอาณาจักรภายในของพระเจ้า สิ่งใดก็ตามที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ในโลกทางกายภาพนี้ จะเป็นไปได้ เมื่อเราเข้าไปภายใน และพรที่อยู่ภายในนั้น แม้จะ ล้นออกมา ก็สามารถปรากฏให้เห็น ในโลกทางกายภาพนี้ได้เช่นกัน เพื่อที่เราจะได้มีความรัก ความเมตตา ความฉลาด และความสามารถ ในการรับมือกับปัญหา ในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น และความรู้สึกคับข้องใจและความ โกรธแค้นใด ๆ ที่มนุษย์มีก็จะหายไป และพลังแห่งความเกลียดชัง จะเปลี่ยนเป็นความรัก แทนที่จะทำสงคราม พวกเขาจะสร้างสันติภาพ ถ้าทุกคนบนโลกใบนี้รู้จักพระเจ้า หรืออย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ของมนุษยชาติรู้จักพระเจ้า สมมติว่าหนึ่งในสาม ของมนุษยชาติรู้จักพระเจ้า หรือแม้แต่หนึ่งในสี่รู้จักพระเจ้า ก็จะไม่มีสงคราม ไม่มีภัยแล้ง และไม่มีปัญหาใด ๆ อีกต่อไป โลกใบนี้จะกลายเป็นสวรรค์ ต่อไป จะไม่มีการต่อสู้ ทางศาสนาระหว่างศาสนาต่าง ๆ หรือแม้แต่ระหว่าง ศาสนาเดียวกันอีก เพราะทุกคนจะเข้าใจว่า เรามีพระเจ้าองค์เดียว และภาษา ของมนุษย์เรียกพระองค์ด้วยชื่อ ต่าง ๆ บรรยายพระองค์ด้วยถ้อยคำ แห่งความรักที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาอะไร และเรามีพระบิดา เพียงองค์เดียว และเราพูดภาษาสากล เพียงภาษาเดียว และเราจะเข้าใจกัน โดยไม่ต้องพูด แม้แต่คำเดียว เราสูญเสียความสามารถ ในการสื่อสารภายในไปหมด และนั่นเป็นเหตุผลที่เรา มีปัญหาในการทำความเข้าใจ ซึ่งกันและกันมากขนาดนี้ ในกลุ่มของเรา เมื่อผู้คนมา รวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านของฉัน หรือที่ไหนก็ตาม เรามาจาก หลากหลายศาสนา เชื้อชาติ นิสัย และภาษา แต่เราก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยอัตโนมัติ เรามีแต่ความรัก และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาด้วยซ้ำ พวกเราต่างเป็นคนแปลกหน้ากัน ในทางกายภาพ แต่เมื่อได้พบกัน ครั้งแรก ก็เกิดความรู้สึก เป็นพี่น้องกันในทันที ไม่มีข้อสงสัย ไม่มีคำถาม ไม่มีคู่แข่ง ไม่มีเรื่องไม่ไว้วางใจ ความมั่นใจมีอยู่เสมอ นั่นเป็นเพราะว่าความรักของพระเจ้า ได้ตื่นขึ้น ภายในตัวเราแล้ว เพราะเราสื่อสารกัน ด้วยภาษาแห่งจิตวิญญาณ เราเข้าใจกัน โลกสามารถเป็นแบบนั้นได้ ถ้าเราทุกคนพยายาม ไม่ต้องพยายามเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่รู้จักพระเจ้า แล้วทุกสิ่งจะเกิดขึ้นเอง โดยอัตโนมัติ หลังจากได้กลับมาเชื่อมต่อ กับพระเจ้าอีกครั้ง หรือที่เรียกว่า การประทับจิต ทุกสิ่งก็จะกระจ่างชัด ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม อีกต่อไป เราเพียงแค่รู้ เพราะมันดีมาก มีประสิทธิภาพมาก และเป็นเรื่องจริงมาก ทั้งสำหรับตัวฉันเอง และสำหรับทุกคน ที่แบ่งปันความรู้ นั่นคือเหตุผลที่ฉันมาที่นี่ เพื่อแบ่งปันเรื่องนี้กับคุณด้วย มันดีเกินกว่าจะเก็บไว้กินคนเดียว ดังนั้นคุณจึงยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง ที่จะมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสันติสุข ที่ไม่อาจบรรยายได้นี้ ครอบครัวแห่งความรักที่ไร้เงื่อนไขนี้ และคุณสามารถสอบถามฉัน ได้ทุกเรื่อง การรับใช้ใด ๆ ที่ฉันสามารถมอบให้คุณได้ เพื่อที่คุณจะได้รู้จัก พระเจ้าอีกครั้งและมีความสุข ขอบคุณ หากคุณมีคำถามใด ๆ ฉันยินดีตอบ โปรดบอกให้พวกเขาเขียน (มีคำถามอยู่ข้อหนึ่งค่ะ ท่านอาจารย์) ได้ เชิญเลย (ตรงนี้ฉันมีหนึ่งคำถามค่ะ บางคนอาจต้องการ…) คุณต้องอ่านเป็นภาษาอิตาลีก่อน แล้วจึงแปลเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นภาษาใดก็ตาม (โอเคค่ะ) (ฉันอยากจะถาม ท่านอนุตราจารย์ [ชิงไห่] ว่า เหตุใดคนเราจึงต้องวิ่งไล่ตาม บางสิ่งบางอย่าง ภายในตัวเขาเองหรือตัวเธอเอง ไม่ว่าจะเป็นการรู้แจ้ง ความสงบ หรือความสุข แต่กลับไม่สามารถบรรลุถึงสิ่งนั้น?”) ด้วยเหตุผลใด เขาจึงวิ่งอยู่ภายในตัวเอง? (ไม่ค่ะ [วิ่ง] ตาม บางสิ่งที่อยู่ภายในตัวเขาเอง ความสุข ความปีติ หรือการรู้แจ้ง แต่เขาก็ไม่เคยไปถึงสิ่งนั้น เขาไม่เคยได้สิ่งนั้นเลย) เขาไม่เคยได้ความสุข การรู้แจ้ง และสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเลยหรือ (ใช่ค่ะ) งั้นเขาคงต้องลองกับพวกเราดูก่อน สามารถอยู่ต่อและลองกับเราได้ คุณอาจพลาดบางจุดไป (โอเค ฉันจะแปลเป็นภาษาอังกฤษค่ะ เส้นทางแห่งจิตวิญญาณนี้ สามารถสอนได้อย่างไร? จะเดินตามเส้นทางแห่งจิตวิญญาณ ที่มาจากได้อย่างไร สำหรับผู้คน วัฒนธรรมที่แตกต่างกัน? ความหมายของการทำสมาธิ อาจแตกต่างกัน หรืออาจไม่มีอยู่ ในบางพื้นที่บนโลก แล้วเราจะสอนเรื่องนี้ได้อย่างไร? เราจะทำให้ทุกคนเข้าใจ พระวจนะของพระองค์ได้อย่างไร โดยคำนึงถึง ลักษณะความคิด ที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล เช่น คนในแอฟริกา หรือชนพื้นเมือง ในลุ่มแม่น้ำแอมะซอน?”) คำถามของคุณถูกต้องแล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับพื้นฐานทางกายภาพ แต่จงอย่าลืมว่า เราไม่ใช่ร่างกาย เราไม่ใช่จิตใจ เราคือจิตวิญญาณของพระเจ้า และจิตวิญญาณนั้น จะเข้าใจในสิ่งที่ฉันพูด ฉันไม่ได้พูดกับความคิดของคุณ เพียงอย่างเดียว แต่ฉันกำลังพูดกับจิตวิญญาณ ของคุณ อย่างเงียบ ๆ ด้วย และหากคุณพร้อมแล้ว จิตวิญญาณของคุณพร้อมแล้ว และเลือกที่จะอยากรู้ คุณก็จะรู้ เพราะจิตวิญญาณภายในนั้น รู้ทุกสิ่ง เมื่อเขาต้องการตื่นรู้ เขาก็เข้าใจทุกสิ่ง เขาจะทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะกลับไปหาพระเจ้า Photo Caption: “เจริญรุ่งเรืองได้ทุกที่ ด้วยความรักของพระเจ้า”











