ค้นหา
ไทย
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
ชื่อ
การถอดเสียง
ต่อไป
 

112 วิธีในการฝึกสมาธิของ ของพระศิวะ ตอนที่ 4 จาก 7 ตอน

รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
เอาล่ะ คำแนะนำที่สอง ที่ท่านให้แก่ภรรยาของท่าน และทุกสรรพสัตว์ คือดังนี้: “เมื่อลมหายใจเปลี่ยนจาก ข้างล่างขึ้นข้างบน” หมายถึง เมื่อคุณหายใจออก และเมื่อคุณหายใจเข้า “คุณไม่ต้องติดตามลมหายใจ” แต่ เมื่อคุณหายใจ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นนักกีฬา คุณอาจจะกำลังวิ่ง หรือคุณทำธุระบางอย่าง และคุณต้องวิ่งให้เร็ว คุณพยายามอย่าให้ตัวเอง ถึงกับหมดแรง ยกตัวอย่าง เมื่อคุณหายใจแรงมาก... แบบนี้ แล้วคุณก็ไม่ควรปล่อยให้ ตัวเองจมอยู่กับการวิ่ง แต่ควรพยายามใช้ประโยชน์จาก... ถ้าคุณไม่สามารถจดจ่อ อยู่กับสิ่งอื่นใดเพราะว่า คุณต้องวิ่ง เช่นคุณต้องเล่นกีฬา และคุณต้องแข่งขัน แล้วคุณก็ควรจะ ตระหนักว่าลมหายใจ กำลังเข้า ลมหายใจกำลังออก จากนั้นพยายามตั้งสติ ให้มั่นคงอยู่กับตัวตนซึ่ง อยู่เบื้องหลังลมหายใจทั้งหมดนี้และ การออกกำลังกายทั้งหมดนี้ เพื่อให้ตัวเองมีสติ อยู่กับตัวเอง และในเวลานั้น แม้ว่ากำลังวิ่ง คุณก็จะ มีประสบการณ์การรู้แจ้งด้วย และก็แน่นอน มันทำให้งานของคุณง่ายขึ้น ฉันหวังว่าฉันเข้าใจพระองค์ และอธิบายมันได้ถูกต้อง ถ้าไม่ คุณก็บอกฉันได้ภายหลัง ถ้าคุณรู้บางอย่างที่ดีกว่า ก็บอกให้ฉันรู้

ข้อสาม... คุณรู้ไหม เวลาที่ ผู้คนแปลคำสอนของพระศิวะ มันสับสนอยู่แล้ว เพราะคนที่แปลนั้น ก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าใจพระองค์ และแม้แต่คนที่ แปลก่อนหน้าเขา ก็แปลผิดพลาดอยู่แล้ว ดังนั้นยิ่งแปลหลายครั้ง ก็ยิ่งผิดพลาดมากขึ้น ฉันพยายามอย่างมากที่จะ อธิบายให้คุณฟังอย่างที่ฉันเข้าใจ หวังว่าฉันไม่ทำให้มัน ผิดพลาดยุ่งเหยิงไปกว่าเดิม

ข้อสาม “หรือ ในระหว่างกลางของ สองลมหายใจ พยายามจดจ่ออยู่ตรงนั้น” แน่นอนว่า ท่องพระนาม(ศักดิ์สิทธิ์)ทั้งห้า กรณีนี้คุณ พยายามอย่ากลั้นลมหายใจ แต่แค่ให้นึกถึง นึกถึงบางสิ่ง แล้วคุณก็ท่อง พระนามศักดิ์สิทธิ์ (ทั้งห้า) จากนั้นตั้งสติให้มั่นคง ดังนั้น พระองค์หมายถึงคือ ไม่ว่าคุณกำลังทำงาน คุณกำลังวิ่ง หรือคุณกำลังยืน คุณกำลังเดิน คุณก็ยังสามารถพบบางสิ่ง ให้จดจ่อสมาธิได้เสมอ และท่องพระนาม (ศักดิ์สิทธิ์) ทั้งห้า ถ้าบังเอิญที่คุณ ลืมศูนย์กลางปัญญา เนื่องจากคุณอาจจะต้องวิ่ง คุณต้องวิ่ง และคุณต้องดูถนน ถ้าคุณเพ่งจดจ่อที่ตาปัญญา มากเกินไป คุณอาจจะ ลืมดูถนน แล้วคุณก็จะกลายเป็น คนสุดท้ายในการแข่งขัน แทนที่จะ เป็นผู้ได้รางวัลที่หนึ่ง [ชนะเลิศ]

เพราะคนนี้ ตอนที่เขาแปล บางทีเขาอาจจะมองข้ามสิ่งที่ พระศิวะหมายถึงซึ่งอยู่ภายใน โดยบอกให้เขาระลึกถึง สิ่งมีชีวิตที่ไร้ลมหายใจ หรือสนามพลังงานที่ไร้พลังงาน เช่นประตูที่ปราศจากประตู ประตูที่ไร้ประตู อะไรแบบนั้น มันยากสำหรับใคร ๆ หรือระดับใดก็ตาม ที่จะเข้าใจคำสอนลับของอาจารย์ และนี่น่าจะเป็น ความลับสุดยอด ที่ถ่ายทอดจาก อาจารย์คนหนึ่งไปยังศิษย์คนหนึ่ง แล้วถ้าบุคคลทั่วไป บังเอิญได้ยิน เขาอาจจะรู้สึกสับสน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการแปลเลย แล้วการที่แปล ต่อจากการแปลอีกอันหนึ่ง นั่นก็จะยิ่ง สับสนมากขึ้น ดังนั้นฉันพยายามที่จะ ทำให้มันชัดเจนสำหรับคุณ

ดังนั้น “ศูนย์กลางของ สนามพลังงานที่ไร้พลังงาน” พลังงานที่ไร้พลังงาน - นั่นก็หมายถึงจักรวาลเท่านั้น หมายถึงพระผู้ทรงฤทธานุภาพเท่านั้น ผู้เป็นอาจารย์สูงสุด ซึ่งอยู่ภายในทุกสรรพสัตว์ ดังนั้นแม้ว่าขณะที่ หายใจและวิ่งอย่างเร็ว เราก็ยังคงต้องระลึกถึงศูนย์กลางนั้น ถ้าเราทำได้ แน่นอนที่มันทำได้ยาก ดังนั้นผู้คนจึงพูดว่า “อืมม์ ตอนที่ฉันกำลังวิ่ง ตอนที่ฉันกำลังทำงาน มันยากมากที่จะจดจำ” โอเค คุณไม่ต้องจดจำ ถึงศูนย์กลางปัญญานั้น แต่คุณนึกถึง ตัวตนผู้มีปัญญา ผู้ทรงปัญญา ตัวตนที่ปราศจากการวิ่ง ผู้ที่สงบนิ่งอยู่เสมอ ดังนั้น ในทุก ๆ การกระทำ เรายังคงพยายามจดจำ

ยกตัวอย่าง เวลาที่เราวิ่งอย่างเร็ว เราพยายามระลึกถึง ผู้ที่สงบนิ่ง นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของเรา อัตลักษณ์ของเรา ยกตัวอย่างแบบนั้น นั่นคือสิ่งที่ฉันเข้าใจ ถ้าหากฉันเข้าใจผิด ชาวอินเดียโปรดแก้ไขให้ฉัน นั่นถูกต้องไหม พี่ชาย? คุณคิดว่าอย่างไร? (ความรู้ของพวกเรายังตื้นมากครับ) คุณถ่อมตัวมาก เหมือนชาวอินเดียทุกคน คุณคิดว่าอย่างไร? “เทวี” ข้างหลังนั้น? คุณคิดว่ามันโอเคมั้ย?

โอเค คำแนะนำที่สี่ ที่พระศิวะให้แก่ลูกศิษย์ของท่าน คือดังนี้: “อนึ่ง เมื่อลมหายใจออกหมดแล้ว หรือเข้าหมดแล้ว” หมายถึง เมื่อคุณหายใจออก หรือเมื่อคุณหายใจเข้า แค่สูดหายใจเข้าให้พอดี และหยุดไว้ ณ เวลานั้น ในระหว่างกลางนั้น “...ในช่วงที่หยุดพักทั้งหมดนั้น ทันใดนั้นตัวตนที่เล็ก ตัวตนกายเนื้อ หายไป ซึ่งมันง่ายมากในเวลานั้น เพื่อตระหนักถึงความบริสุทธิ์หมดจด ของตัวตนที่แท้จริง” นั่นเป็นการแปลที่ น่าจะตรงความหมาย (มีลมหายใจเข้าและออกเมื่อเรา พยายามที่จะ ให้เกิดปราณะ หรือปราณ) บรานะ บรานะ (ปราณะ หรือปราณ) ไม่ ไม่ ไม่ มันอยู่ระหว่างกลาง อย่าทำให้ผู้คนสับสน โอเค? อย่าพูดสันสกฤตที่นี่ ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน คุณกับมหายานของคุณ ปราณ มหาปราณ และอื่น ๆ คุณรู้จักการบำเพ็ญชนิดนั้น? ปราณายามะ และอะไรทำนองนั้น?

เอาล่ะ ดังนั้น ในนี้ พระองค์หมายถึง ก่อนที่คุณจะหายใจออกอีกครั้ง หรือก่อนที่คุณจะหายใจเข้า หรือ... พระเจ้า โอเค ฉันจะหายใจให้คุณดู... นั่นคือช่วงเวลาที่พระองค์หมายถึง ทุกครั้งก่อนออก หรือเมื่อออกหมด แม้แต่ในกรณีเหล่านั้น เราก็ต้องรำลึกถึงความบริสุทธิ์ ของตัวตนแท้จริงของเรา ท่านกล่าวอย่างนั้น แต่มันยากมาก ถ้าคุณไม่บริสุทธิ์ คุณก็จะไม่นึกถึงมัน คุณจะติดตามลมหายใจ ที่เข้าและออก อยู่เสมอ หรือติดตามความเหนื่อยล้า ของร่างกายของคุณ แล้วคุณก็ลืมไปหมดถึงเอกลักษณ์ เฉพาะตัวของตัวตนแท้จริงของเรา

วิธีที่ห้าในการจดจำ คือ...เอาล่ะ บางครั้งคุณลืม ใช่ไหม? ดังนั้นคุณพยายามจดจำโดย “พิจารณาแก่นแท้ของตนเอง ว่าเป็นแสงสว่าง และมันเข้ามาซึมซาบ อยู่ทั่วร่างกายของคุณ ณ เวลานั้น คุณพยายาม... ด้วยการจดจำนั้น คุณจะปลุก พลังชีวิตภายในตัวคุณ ปลุกพลังชีวิตที่แท้จริง ภายในตัวคุณเองขึ้นมาอีกครั้ง” แน่นอน เวลานั้น อย่าทำกวนกวง (การนั่งสมาธิเพ่งแสง แห่งสวรรค์ภายใน) เพราะคุณไม่สามารถทำได้ ดังนั้นอย่างน้อยพยายามนึกถึง พยายามจดจำว่า คุณคือแสง (แห่งสวรรค์ภายใน) จดจำประสบการณ์ ที่คุณมีตอนที่คุณ นั่งสมาธิแสง (แห่งสวรรค์ภายใน) และคุณเห็นแสง (แห่งสวรรค์ภายใน) ดังนั้นในเวลานั้น เมื่อคุณไม่สามารถนั่งสมาธิ ของแสง (แห่งสวรรค์ภายใน) อย่างน้อยก็พยายามจดจำ นึกถึงว่าคุณคือ แสง (แห่งสวรรค์ภายใน) โอเค นั่นคือสิ่งที่ฉันเข้าใจ

คำสอนทั้งหมดในนี้ เป็นเพียงวิธีที่พยายามจะ เอาชนะนิสัยที่คิดฟุ้งซ่าน ในชีวิตประจำวันของคุณ ดังนั้นในทุกสถานการณ์ มันมีหลายวิธี ที่จะดึงความคิดให้กลับมา นั่นคือเหตุที่พระองค์ สอนลูกศิษย์หลาย ๆ วิธี เพื่อควบคุมจิตคิด เพราะถ้าคุณปล่อยให้จิตคิดอิสระ เพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียว มันจะคิดเรื่องไร้สาระสารพัดอย่าง ดังนั้น มี 112 วิธีที่จะ จับกุมจิตคิดไว้ได้ทุกวัน ดังนั้น ถ้าคุณใช้ทีละวิธี บางทีคุณอาจจะจดจำ แก่นแท้อันศักดิ์สิทธิ์ของ ตัวตนแท้จริงของเราได้ตลอดเวลา

คำแนะนำที่หกคือ... “ช่องว่างระหว่าง” โอเค โอเค เอาล่ะ บางครั้ง เมื่อฝนตก ตามที่มีตรงนี้ “ในช่องว่างระหว่าง ฟ้าแลบแต่ละครั้ง...” รู้ไหม บางครั้งขณะมีพายุ เกิดฟ้าแลบ ครั้งแล้วครั้งเล่า ใช่ไหม? ดังนั้น ในระหว่างนั้น ให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นเช่นนั้น ทรงพลังเหมือนกับสายฟ้า ของจักรวาล แม้ในขณะฝนตก คุณสามารถจดจำพระเจ้า คุณสามารถรำลึกถึง เอกลักษณ์ของคุณเอง นั่นอาจจะ คือสิ่งที่อาจารย์นั้นหมายถึง เว้นแต่จะมีคนฉลาดกว่า มาบอกฉันอย่างอื่น เพราะว่าฉัน ไม่มีคัมภีร์ทั้งเล่มอยู่ตรงนี้ ฉันมีแค่สั้น ๆ เท่านั้น สาระสำคัญ ของคำสอน และเราพยายามแปล ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ การตีความ

เอาล่ะ ต่อไป พระองค์ตรัสกับเธออย่างนุ่มนวลอีก “เทวี” พระองค์เรียกเธอ เทพธิดา เทพธิดา “...จินตนาการว่าคุณก็สามารถ พยายามนึกถึงพระเจ้า หรือเพื่อให้รู้แจ้งโดย จินตนาการตัวอักษรภาษาสันสกฤต” “ข้อแรก มันเป็นตัวอักษร...” สำหรับชาวอเมริกัน ฉันคิดว่าคุณคงจะ ไม่จินตนาการตัวอักษรสันสกฤต แต่ว่าตัวอักษรอังกฤษ มันคงจะดีกว่าสำหรับเรา “ข้อแรก จินตนาการถึงมัน ทีละตัวอักษร ตัวอักษรทางกายภาพ แต่ภายหลังให้พยายาม รับรู้ในแบบเสียงให้มากขึ้น” เช่น เอ บี และไม่จำเป็นต้องพูดออกมาดัง แต่พยายามรับรู้มัน เหมือนเสียงที่เงียบงัน “และจากนั้นเมื่อก้าวข้ามเสียงแล้ว เราเข้าสู่ความรู้สึก” พยายามรู้สึก ถึงแรงสั่นสะเทือนของตัวอักษร แทนที่จะฟังแต่เสียงนั้น หรือเห็นคำที่เขียนนั้น นี่ชัดเจนมั้ย? โอเค

สมมุติว่าคุณเป็นครู คุณต้องสอน เอ บี ซี หรือภาษาอังกฤษ และบางที ในบางช่วงเวลาของการพัก คุณอาจจะ ไม่สามารถเพ่งสมาธิได้ทันที หรือคุณต้องพักทานอาหารกลางวัน และสมองของคุณยังคง เต็มไปด้วย เอ บี ซี ดี อี เอฟ... แล้วคุณก็ใช้ประโยชน์จากมันได้ด้วย หันกลับและทำสมาธิถึงมัน อย่างน้อยคุณก็จดจ่อสมาธิ สมมุติว่าจิตคิดของคุณ มักจะเต็มไปด้วยงาน และคุณ ก็ไม่สามารถแค่ในช่วงเวลาที่เงียบ จะปรับตัวได้ทันที ที่กลับไปท่องห้าพระนาม(ศักดิ์สิทธิ์) หรือกลับไปสู่สภาวะรับรู้ ใด ๆ ก็ตามที่คุณปรารถนา จากนั้นเราก็ใช้ประโยชน์จาก สถานการณ์นั้น และเปลี่ยนมัน ให้เป็นวิธีการทำสมาธิ และนั่งสมาธิ จดจ่อ จนกว่าเราจะสามารถ ตื่นตัวอีกครั้ง และเรากลับสู่ การควบคุมของเราอีกครั้ง แล้วมันก็โอเค ท่องพระนาม (ศักดิ์สิทธิ์) ทั้งห้า และทำกวนกวง (การทำสมาธิแสง แห่งสวรรค์ภายใน)

อย่างที่ชาวอเมริกันพูดว่า “ถ้ามีใครให้มะนาวแก่คุณ คุณก็ทำมันเป็นน้ำมะนาว” คุณจะทำอะไรอื่นได้ล่ะ? มันเปรี้ยวเกินไป ดังนั้นเราเติมน้ำตาล และทำมันเป็นเครื่องดื่มที่สดชื่น เอาล่ะ ทำนองเดียวกัน จิตคิดของเรา เป็นม้าที่เตร็ดเตร่ไปทั่วตลอดเวลา ดังนั้นในทุกสถานการณ์ เราต้องพยายามใช้ พลังการเตร็ดเตร่ของมันเองนั้น นำมันกลับมาใช้ประโยชน์ เพื่อการทำสมาธิของเราเอง อย่างเช่นเมื่อวาน เราพูดว่า วัชพืชในสวน ถ้าเราไม่สามารถกำจัดมันออกได้ งั้นก็รักมันซะ หรือพยายามทำอย่างอื่น พยายามทำสลัด จากใบแดนดิไลออน ใช่! พวกเขาทำสลัดที่อร่อยมาก มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก

ที่จริงแล้วในเยอรมันตอนนี้ เนื่องจากมันพัฒนาอย่างมาก พื้นที่ป่าธรรมชาติหายากมาก ดังนั้นต้นแดนดิไลออนพวกนั้น กลายเป็นสายพันธ์หายาก และดังนั้น ถ้าคุณ ต้องการหาซื้อในตลาด มันแพง ใช่ แพง แพงกว่าผักสลัดทั่วไป ฉันไม่ได้ล้อเล่น ชาวเยอรมัน คุณรู้ไหม? มันจริงมั้ย? ไม่มีใครอาศัยอยู่ในเยอรมัน คุณรู้ ใช่ไหม? (มันเหมือนกับในสวิสเซอร์แลนด์ค่ะ) คุณมีอย่างเดียวกันในสวิสเซอร์แลนด์ และก็แพง แพงกว่าผักสลัดทั่วไป ใช่ ฉันเดาว่าอย่างนั้น เพราะว่า ผู้คนไม่เข้าไปในป่า และเก็บสิ่งเหล่านี้แล้ว ดังนั้น มีน้อย คนที่จะทำ เอามาขายในตลาด และคุณเก็บไม่ได้มากด้วย คุณเก็บได้ไม่เยอะ ฉันรู้ดี ครั้งที่แล้วเราอยู่ในเยอรมัน เมื่อไม่นานนี้เอง ฉันให้ พวกลูกศิษย์ดูต้นนี้ “นี่คือ สิ่งที่เราเก็บมาเมื่อวาน และฉันเคยเก็บมันมาก่อน แล้วพวกเขาอยากจะซื้อ และมันราคาแพง

แพงกว่าผักอื่น ๆ ดังนั้นอย่าดูถูกสิ่งเหล่านี้ ที่มาจากป่าธรรมชาติ ทุกวันนี้ สิ่งของจากป่าธรรมชาติ มีราคาแพง แพงกว่าสิ่งที่เพาะปลูก แต่ในสมัยก่อนนั้น มันตรงกันข้าม ตอนนี้ทำไมเรา ไม่ไปกินกันล่ะ? แย่นะ! ฉันต้องหิวแล้ว ฉันยังไม่ได้กินอาหารกลางวันเลย โอเค เอาล่ะ

เรากลับไปที่ ตัวอักษรภาษาสันสกฤต ใช่ไหม? ถ้าคุณเป็นชาวอินเดีย แน่นอนคุณ จินตนาการถึงตัวอักษรสันสกฤต อันดับแรก เป็นตัวเขียน ต่อไปก็เป็นเสียง แล้วจากนั้นเป็นความรู้สึก และจากนั้นสุดท้าย ให้ทิ้งมันทั้งหมด และเป็นอิสระ อิสระจากความคิดทั้งหมด จากจินตนาการและความรู้สึกทั้งหมด ทุกอย่างหายหมดไป แค่นั่งตรงนั้นและมีความสุข เอาล่ะ

Photo Caption: “แป้งพัฟ 4 ชิ้น พายแยมรวมรส – เชอร์รี่ ส้ม ผิวส้ม สตรอว์เบอร์รี” (สิ่งที่เห็นที่นี่ทั้งหมดคือไม่เจ็บปวด)

ดาวน์โหลดรูปภาพ   

รับชมเพิ่มเติม
ทุกตอน (4/7)
1
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-05-12
3035 รับชม
2
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-05-13
2944 รับชม
3
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-05-14
2487 รับชม
4
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-05-15
2293 รับชม
5
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-05-16
1726 รับชม
6
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-05-17
1346 รับชม
7
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-05-18
1132 รับชม
รับชมเพิ่มเติม
วีดีโอล่าสุด
ข่าวเด่น
2026-05-20
619 รับชม
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-05-20
663 รับชม
36:02

ข่าวเด่น

1 รับชม
ข่าวเด่น
2026-05-19
1 รับชม
การเดินทางผ่านดินแดนแห่งสุนทรียศาสตร์
2026-05-19
490 รับชม
แบ่งปัน
แบ่งปันไปที่
ฝัง
เริ่มที่
ดาวน์โหลด
โทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์มือถือ
ไอโฟน
แอนดรอยด์
รับชมในบราวเซอร์ในโทรศัพท์มือถือ
GO
GO
แอพ
สแกนโค้ดคิวอาร์ เลือกระบบโทรศัพท์ที่ถูกต้อง เพื่อดาวโหลด
ไอโฟน
แอนดรอยด์
Prompt
OK
ดาวน์โหลด