รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
ตอนนี้ วิธีที่สิบสี่: “อาบอยู่ในศูนย์กลาง ของเสียง เสียงที่ต่อเนื่อง” เช่น เสียงน้ำตก หรืออาจจะเป็นเสียงชายทะเล "หรือถ้าคุณทำไม่ได้..." เพราะบางครั้งในที่สาธารณะ คุณอาจไม่สามารถทำกวนอิม (การทำสมาธิเสียง แห่งสวรรค์ภายใน) ได้ แล้วถ้าคุณอยู่ริมทะเล บางทีคุณอาจจะดื่มด่ำ ไปกับเสียงแห่งจักรวาล แห่งธรรมชาติ เช่น เมื่อคุณอยู่ข้าง ๆ เมื่อคุณนึกถึงน้ำตกไนแอการา คุณจะจดจ่ออยู่กับเสียง จนกระทั่งคุณหลอมรวม เป็นหนึ่งเดียวกับแก่นแท้เบื้องหลัง น้ำตก เบื้องหลังธรรมชาติมีพลังอยู่เบื้องหลังต้นไม้ น้ำ แม่น้ำ หิน และ ภูเขาทุกแห่ง จากนั้นคุณก็ มุ่งความสนใจไปที่พลังนั้น โดยการฟังเสียงน้ำตก และจดจ่ออยู่กับพลัง ที่อยู่เบื้องหลัง เสียงนั้น คุณจะ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กับจักรวาลอีกครั้ง หรือถ้าทำไม่ได้ ถ้าคุณทำได้ก็ทำกวนอิม (การทำ สมาธิเสียงแห่งสวรรค์ภายใน) เขียนไว้อย่างนั้น พระองค์อธิบายรายละเอียดไว้แล้ว แต่ฉันจะไม่พูดที่นี่ คุณรู้อยู่แล้ว ดังนั้น ฉันไม่จำเป็นต้อง บอกวิธีให้คุณฟัง "หรือทำกวนอิม (เสียง) แล้ว ฟังเสียงแห่งเสียงทั้งปวง" ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่ามันคืออะไร ฉันจะแสดงให้คุณดู ว่าพระองค์ตรัสอะไร แต่ห้ามบอกคนอื่นนะ เอาล่ะ ทำกวนอิม แล้วฟังเสียง (แห่งสวรรค์ภายใน) เสียงแห่งเสียงทั้งปวง ตอนนี้ มันควรชัดเจนมาก สำหรับคุณดั่งน้ำแห่ง แห่งแม่น้ำเน็กตาร์ จริงไหม? ใช่!วิธีที่สิบห้า: “เปล่งเสียง" เช่น พระนาม (ศักดิ์สิทธิ์) ทั้งห้า "และจงท่องช้ามาก ๆ ช้า ๆ ท่องซ้ำช้า ๆ และ เข้าสู่ความเงียบสงัด และกลายเป็นตัวตนคุณเอง" บางครั้ง คุณจำได้ คุณบอกว่าคุณไม่สามารถมีสมาธิได้ คุณรู้สึกวุ่นวายใจ และรู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้ ดังนั้นฉันขอแนะนำให้คุณท่อง พระนามศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า ซ้ำ ๆ สักพัก อาจจะ 15 นาที ครึ่งชั่วโมง หรือ หนึ่งชั่วโมง ออกเสียงดัง ๆ ในขณะที่ไม่มีใครอยู่รอบตัวคุณ ดังนั้นคุณจะไม่รบกวนผู้อื่น และความลับของคุณ ก็จะไม่รั่วไหลด้วย อย่าให้คนอื่นรู้ว่า ขณะนี้คุณกำลังมีปัญหา เรื่องสมาธิ ในขณะที่ พวกเขากำลังอยู่ใน สภาวะสมาธิขั้นที่ห้า ถ้าคุณนั่งอยู่บนรถบัสแล้วท่อง พระนาม (ศักดิ์สิทธิ์) ทั้งห้านี้ ไปพร้อม ๆ กับพยายามตั้งสมาธิ โดยขมวดคิ้วเข้าหากัน คุณคิด ว่าคนอื่น ๆ จะไม่จับคุณไป ขังไว้ที่ไหนสักแห่งหรือ? คุณรู้ใช่ไหมว่าอยู่ที่ไหน? ฉันไม่ได้หมายความว่าคุณ กำลังรบกวนคนทั้งคันรถบัส และอาจทำให้คนขับหัวเสีย ดังนั้น เราจึงต้องทำสิ่ง เหล่านี้โดยลำพัง เพราะ เป็นเรื่องส่วนตัวของเรา เมื่อเรามีปัญหาเรื่องสมาธิ นั่นเป็นปัญหา ส่วนตัวของเรา เราไม่รบกวนหูของ ผู้อื่น และเหล่า "ปรมาจารย์ระดับห้า หรือระดับหก" รอบตัวเราด้วยเช่นกัน ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นใคร แต่เหมือนคนเหล่านี้เป็นต้น เอาล่ะ... "แต่หลังจากนั้นคุณ จะเข้าสู่สภาวะไร้เสียงและ กลายเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ"วิธีที่สิบหก... โอ้ พระเจ้า แค่สิบหก จากหนึ่งร้อยสิบสอง พระเจ้าช่วย! ฉันไม่รู้มาก่อน ว่าพระองค์ตรัสมากขนาดนี้ ฉันไม่รู้มาก่อนว่าพระเจ้าในสมัยโบราณ พูดมากขนาดนี้ อย่างที่สมัยนี้ เราเรียกว่า "พูดมาก" นั่นเอง ฉันไม่เคยพูดมากขนาดนี้มาก่อนเลย ฉันสอนคุณแค่ หนึ่งพันกับสิบครั้ง แต่พระองค์ทรง สอนคุณมากมายเหลือเกิน เดิมทีฉันตั้งใจว่าจะ ไม่พูดในฌานนี้ เพราะฉันไม่รู้ ว่าจะพูดอะไรอีกแล้ว ฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันต้องพูด ฉันได้พูดไปแล้ว ดังนั้นคุณต้องฝึกฝน ไม่จำเป็นต้องฟัง ตลอดเวลา แต่ควรนำสิ่ง ที่ได้ยินไปปฏิบัติ แบบนั้นจะเป็นประโยชน์กับคุณมากกว่า แต่ฉันรู้สึกกดดัน เหมือนทุกคนนั่งเงียบ ๆ และพูดซ้ำ ๆ ว่า "ท่านอาจารย์ โปรดพูดอะไรสักอย่าง" "ท่านอาจารย์ โปรดพูดออกมา!" "ท่านอาจารย์ ถึงเวลาแล้ว เวลาเรียนหรือไม่?" โอ้ และฉันรู้สึกกดดัน อย่างมาก ฉันเลยยอมแพ้ ฉันขอจำนนต่อเจตจำนงค์ของคุณ ฉันเลยบอกว่า โอเค งั้น ฉันจะพูดอะไรสักอย่าง แล้วสุดท้ายฉันก็เลยพูดแบบนี้ การนิ่งเงียบนั้นยากกว่า การพูดคุยกับคุณเสียอีก ฉันเลยคิดว่า โอเค ไม่เป็นไร ให้พวกเขาบางอย่าง แล้วพวกเขาก็จะเงียบเองเพราะเราทุกคนคุ้นเคยกับการฟัง การได้ยิน ดังนั้นเรา จึงไม่สามารถยอมรับความเงียบได้ มันเป็นเรื่องยากมาก บางทีหลังจากสามปี คุณอาจจะชินไปเองก็ได้ แต่ฉันไม่ทราบว่าคุณ ทำอะไรในระหว่างนี้ และฉันก็ไม่รู้ว่าฉัน ควรทำอะไรในระหว่างนี้ เราทั้งคู่คงจะเริ่ม รำคาญกันและกัน เพราะ ความกดดันมากมายขนาดนี้ เช่นเดียวกับพระภิกษุทั้งสี่ ที่ตั้งปณิธานว่าจะบำเพ็ญภาวนา อย่างเงียบๆ เป็นเวลาเจ็ดวัน แต่เมื่อพวกเขานั่งด้วยกัน จู่ๆ ก็มีพระรูปหนึ่งพูด ขึ้นว่า "ท่านทั้งหลายจงรู้ไว้ ในการปฏิบัติธรรมครั้งนี้ พวกเราทุกคน ห้ามพูดอะไรทั้งสิ้น!" จากนั้นคนที่สองก็ถามว่า "ทำไมคุณถึงพูดตอนนี้ล่ะ?" และคนที่สามกล่าวว่า "โอ้ พระเจ้า พวกคุณทั้งสองได้ละเมิดศีลแล้ว" และคนที่สี่กล่าวว่า “ฉันไม่ได้พูดอะไรเลย ฉันเป็นคนเดียวที่ ไม่ได้พูดอะไรเลย!” เอาล่ะ ฉันก็เป็นคนเดียวที่ ไม่เคยพูดอะไรเลยที่นี่เหมือนกันโอเค สมมติว่าคุณมีปัญหา เรื่องสมาธิ คุณอาจเลือก ตัวอักษรใดก็ได้ แล้วลอง ออกเสียงตามตั้งแต่ต้นจนจบ โดยค่อย ๆ ปรับปรุงเสียง ของตัวอักษรนั้น แล้ว พยายามตั้งสติให้ตื่น อาจเป็นตอนที่คุณกำลังนอนหลับ แล้วพยายามปลุกตัวเองให้ตื่น มันยากมาก ดังนั้นลองทำอะไรใหม่ ๆ ดู เช่น ประดิษฐ์ตัวอักษรใหม่ ตัว 'A' หรือ 'Om' หรืออะไรทำนองนั้น แล้วพยายาม ทำให้สำเร็จตั้งแต่เริ่มต้น... คิดอยู่ในใจเท่านั้น อย่าไปรบกวนเพื่อนบ้าน ถ้าคุณอยู่คนเดียว คุณก็ทำได้ จากนั้นให้เริ่มออกเสียง ตัวอักษรนั้นอย่างหยาบ ๆ ก่อน โดยสะกดในใจหรือ ออกเสียงดัง ๆ แล้วค่อย ๆ ปรับแต่งให้ละเอียด ขึ้นจนกระทั่งเงียบสนิท ในเวลานั้น คุณอาจจะยังตื่นอยู่ หรือเพิ่งตื่นขึ้นมา หรืออย่างน้อยก็ตื่น จาก "สมาธิ" ของคุณวิธีที่สิบเจ็ด: "ขณะฟังเครื่องดนตรีประเภทสายใดๆ จงพยายามฟังเสียงหลักที่ เป็นส่วนประกอบของเครื่องดนตรี เหล่านั้น แล้วจึงกลายเป็นผู้ที่ อยู่ทุกหนทุกแห่ง" หรืออย่างน้อย ก็เป็นหนึ่งเดียวกับการอยู่ ทุกหนทุกแห่ง หรืออย่างน้อยก็ ระลึกถึงการอยู่ทุกหนทุกแห่งนั้น เพราะเมื่อเราไปคอนเสิร์ต หรือไปดูละคร อาจเป็นเรื่อง ยากที่จะจดจ่ออยู่กับ แสง (แห่งสวรรค์ภายใน) แล้วเราก็จะ มองไม่เห็นอะไรเลย ดังนั้น เราจึงต้องตั้งใจฟังดนตรี แต่ลองพยายามจดจำโน้ตหลัก โน้ตที่ไม่มีโน้ตใด ๆ ในดนตรีทั้งหมด ขณะที่ฟังเพลง แล้ว บางทีคุณอาจจะเข้าถึง สภาวะแห่งการดำรงอยู่ ทุกหนทุกแห่งได้เช่นกัน ดังนั้นในขณะที่คุณกำลัง ชมการแสดงละคร หรือฟังดนตรี คุณจะอยู่กับตัวเอง ไม่ได้หลงไป กับความสนุกสนานของ ความไม่จีรังยั่งยืนของโลก เข้าใจไหม? (ค่ะ/ครับ) หวังว่าฉันจะอธิบายได้ชัดเจนโอ้ พระเจ้า พระองค์ตรัสเยอะมาก เรายังอยู่ที่วิธีที่สิบแปดเอง โอ้ ฉันไม่กล้าอ่านต่อแล้ว ฉันไม่กล้าพลิกหน้าต่อไปเลย โอ้ พระเจ้า! เห็นไหม? หรือเราจะนัดกันพรุ่งนี้ เย็นอีกครั้งก็ได้? ได้เลย ได้เลย โอ้ ใกล้จะเก้าโมงแล้ว ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระเจ้าที่ ใครสักคนประดิษฐ์นาฬิกาขึ้นมา ฉันพูดมาตั้งแต่เจ็ดโมง ครึ่งแล้วสินะ? (ใช่ค่ะ) ตอนนี้ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่งแล้ว สำหรับขนาดตัวที่เล็กของฉัน ถือว่าเยอะมากวิธีที่สิบแปด: คุณสามารถ ตั้งสมาธิหรือเบี่ยงเบนความสนใจ จากความคิดที่สับสนวุ่นวาย เหล่านี้ได้ด้วยการ “เปล่งเสียงออกมาดัง ๆ แล้วค่อย ๆ ลดเสียงลงเรื่อย ๆ เมื่อ ความรู้สึกของคุณลึกซึ้งลงสู่ ความกลมกลืนอันเงียบสงบนี้” ขั้นแรก คุณเปล่งเสียง ออกมาดังๆ จากนั้นค่อย ๆ ลดเสียงลง จนกระทั่ง คุณเข้าสู่ความเงียบ และกลมกลืนกับจักรวาล นั่นเป็นวิธีที่เรา มีสมาธิบางครั้งนั่นเอง เราสามารถจดจ่ออยู่กับพระนามศักดิ์สิทธิ์ ทั้งห้าของเราได้ด้วยวิธีนี้ ไม่จำเป็นต้องไปค้นหาที่อื่นแล้ว เนื่องจากเป็นเรื่องยากมาก สำหรับคุณที่จะจดจำ พระนาม (ศักดิ์สิทธิ์) ทั้งห้า ฉันคิดว่าคุณ ไม่จำเป็นต้องใส่ชื่อหรือ ตัวอักษรเพิ่มอีกแล้ว มันจะสร้างความสับสนเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น ถ้าคุณจำได้ ก็จง ทำอย่างนั้น ถ้าคุณจำได้ ถ้าทำไม่ได้ ก็คว้าอะไรก็ได้ ที่นึกขึ้นได้ในขณะนั้น แล้วหยุดเขาไว้ หยุดเขาไว้ตรงนั้น แล้ว ทำธุระของเราให้เสร็จ ปล่อยให้เขาลืมไปว่า เขาอยากจะเดินไปเดินมา ที่ไหนและอยากจะไปที่ไหนจิตใจมักอยากไปที่ไหนสักแห่ง และทำอะไรบางอย่างอยู่เสมอ ดังนั้นเราจึงต้องหยุดมัน ไว้ตรงจุดที่เรานึกขึ้นได้ แล้วหันกลับมาตั้งสมาธิใหม่ ตอนนั้นเขาคงกำลัง คิดถึงไอศกรีม (วีแกน) อยู่ ดังนั้น ถ้าคุณยังคง ตามเขาไป เขาจะพาคุณ ไปที่ร้านไอศกรีม (วีแกน) และ จากนั้นก็จะเอาเงินและ เวลาของคุณไปใช้กับ ไอศกรีมโคน (วีแกน) นั้นอีกครั้ง ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่ เขานึกถึงไอศกรีม (วีแกน) ถ้าคุณ กำลังนั่งสมาธิหรืออยู่ที่บ้าน และถ้าคุณไม่อยาก ออกไปข้างนอกในอากาศหนาว เพื่อไปซื้อไอศกรีม (วีแกน) หากคุณไม่อยากเสียเวลาไปกับ เรื่องนั้น หรือถ้าคุณ พูดว่า "พรุ่งนี้ฉันจะไปในเมือง และที่สำคัญ ฉันจะเลี้ยงไอศกรีม (วีแกน) คุณ" ทีนี้ลองเปลี่ยนตัวอักษรไอศกรีม (วีแกน) ให้กลายเป็นการกรีดร้องดัง ๆ แล้วค่อย ๆ ไล่ตามตัวอักษรไป เรื่อย ๆ จนกระทั่งเสียงเบาลง จนกลับเข้าสู่ความกลมกลืนอีกครั้ง และนั่นคือวิธีที่เราจะ พลิกสถานการณ์และเอาชนะ จิตใจที่ฟุ้งซ่านได้Photo Caption: “พระเจ้าทรงสร้างธรรมชาติให้งดงาม”











